<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวประกาศ]]></title>
<link>https://samutsakhon.prd.go.th/th/content/category/index/id/57</link>
<atom:link href="https://samutsakhon.prd.go.th/th/content/category/index/id/57" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[จังหวัดสมุทรสาคร จัดพิธีมอบเงินขวัญถุงพระราชทานกองทุนแม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2569 พร้อมมอบเกียรติบัตรกองทุนแม่ของแผ่นดินดีเด่นระดับจังหวัด]]></title>
<link>https://samutsakhon.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/538216</link>
<guid isPermaLink="false">ae807e000ec6e3ea8e49f9e339531262</guid>
<pubDate>Thu, 03 Sep 2026 12:29:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 3 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น. ที่ลานสาครบุรี ศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานในพิธีมอบเงินขวัญถุงพระราชทานกองทุนแม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2569 และพิธีมอบเกียรติบัตรแก่กองทุนแม่ของแผ่นดินดีเด่น ระดับจังหวัด ประจำปี 2569 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดและอำเภอ คณะกรรมการหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน และคณะกรรมการหมู่บ้านต้นกล้ากองทุนแม่ของแผ่นดิน เข้าร่วมกิจกรรมฯ<br />
นายคมสิทธิ์ สุริยวรรณ พัฒนาการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า การจัดพิธีในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งทรงมีพระราชดำริและพระราชปณิธานในการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จัดตั้งเป็น &ldquo;กองทุนแม่ของแผ่นดิน&rdquo; เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในหมู่บ้านและชุมชน ตลอดจนเป็นทุนตั้งต้นแห่งความดีงามในการสร้างความรัก ความสามัคคี และความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน บนแนวทางสันติวิธี อันนำไปสู่ความปลอดภัยและความสงบสุขอย่างยั่งยืน<br />
สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย พิธีมอบเงินขวัญถุงพระราชทานกองทุนแม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2569 พร้อมพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แก่หมู่บ้านต้นกล้ากองทุนแม่ของแผ่นดิน** พิธีมอบเกียรติบัตรแก่กองทุนแม่ของแผ่นดินดีเด่น ระดับจังหวัด ประจำปี 2569 การจัดนิทรรศการแสดงผลสำเร็จการดำเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดินที่ได้รับรางวัลดีเด่นระดับจังหวัด จำนวน 3 บูธ และพิธีปล่อยขบวนแห่อัญเชิญเงินขวัญถุงพระราชทานกองทุนแม่ของแผ่นดินเข้าสู่หมู่บ้านต้นกล้ากองทุนแม่ของแผ่นดิน จำนวน 8 ขบวน ตามลำดับ<br />
การจัดกิจกรรมดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสืบสานพระราชปณิธานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด พร้อมส่งเสริมให้ประชาชนในหมู่บ้านและชุมชนร่วมกันสร้างความเข้มแข็ง เกิดความรัก ความสามัคคี และมีส่วนร่วมในการสร้างชุมชนให้ปลอดภัยและน่าอยู่อย่างยั่งยืน</p>

<p>#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร #กรมประชาสัมพันธ์<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://samutsakhon.prd.go.th/th/file/get/file/20260903d79a49a638bc767b1f06cc091e5eacf1123125.jpg' type='image/jpg' length='924341' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[จังหวัดสมุทรสาคร จัดมหกรรมความสำเร็จการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน เชื่อมโยงตลาดอาหารปลอดภัย สร้างรายได้ชุมชน]]></title>
<link>https://samutsakhon.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/538054</link>
<guid isPermaLink="false">2e721ec34688fa0ccb9b8edd028c911f</guid>
<pubDate>Wed, 02 Sep 2026 16:47:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร เดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนและเศรษฐกิจฐานราก จัด &ldquo;มหกรรมความสำเร็จการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ประจำปี 2569&rdquo; พร้อมเชื่อมโยงช่องทางการตลาดอาหารปลอดภัย เปิดพื้นที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน สร้างรายได้และความเข้มแข็งให้ประชาชนอย่างยั่งยืน</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; วันนี้ (2 กันยายน 2569) ที่ลานหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสมุทรสาคร จัดงาน &ldquo;มหกรรมความสำเร็จการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ประจำปี 2569&rdquo; และโครงการส่งเสริมการสร้างรายได้จากกิจการอาหารปลอดภัย กิจกรรมที่ 2 จัดกิจกรรมเชื่อมโยงช่องทางการตลาดในการสร้างรายได้จากกิจการอาหารปลอดภัย ประจำปี 2569 โดยมี นางวจิราพร อมาตยกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงาน ภาคีเครือข่าย และประชาชนเข้าร่วมกิจกรรม</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;นายคมสิทธิ์ สุริยวรรณ พัฒนาการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสมุทรสาคร ดำเนินโครงการทั้ง 2 โครงการโดยบูรณาการร่วมกัน มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ผลสำเร็จของการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและสร้างความมั่นคงให้แก่เศรษฐกิจฐานราก ตลอดจนส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และกระตุ้นให้เกิดการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนในระดับพื้นที่ รวมถึงการเชื่อมโยงช่องทางการตลาดอาหารปลอดภัยอย่างครบวงจร</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ทั้งนี้ แนวทางการดำเนินงานสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยในการแก้ไขปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากผ่านกลไกประชารัฐ โดยใช้ระบบ TPMAP ในการบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาความยากจน ครอบคลุมคุณภาพชีวิต 5 มิติ ได้แก่ ด้านสุขภาพ ความเป็นอยู่ การศึกษา รายได้ และการเข้าถึงบริการภาครัฐ เพื่อให้ประชาชนสามารถ &ldquo;อยู่รอด พอเพียง และยั่งยืน&rdquo;</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นอกจากนี้ ยังมุ่งส่งเสริมการสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านการเกษตร ด้านการแปรรูป และด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชน ผ่านกระบวนการบูรณาการความร่วมมือจาก 5 ภาคส่วน ประกอบด้วย ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน เพื่อร่วมกันพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง จนถึงปลายทาง</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2&ndash;5 กันยายน 2569 รวม 3 วัน มีกลุ่มเป้าหมายประมาณ 100 คน โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ การจัดนิทรรศการแสดงผลงานความสำเร็จการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน จำนวน 10 บูธ การจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากโครงการส่งเสริมการสร้างรายได้จากกิจการอาหารปลอดภัย จำนวน 13 บูธ และผลผลิตจากโครงการส่งเสริมการจัดตั้งและพัฒนากลุ่มอาชีพ จำนวน 1 บูธ รวมทั้งสิ้น 24 บูธ ตลอดจนกิจกรรมเวทีเสวนาและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การขับเคลื่อนงานที่ประสบผลสำเร็จในปีที่ผ่านมา</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;การจัดงานครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเปิดโอกาสให้ประชาชนและกลุ่มผู้ผลิตชุมชนได้นำเสนอและจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ เชื่อมโยงผลิตภัณฑ์อาหารปลอดภัยเข้าสู่ตลาด เพิ่มช่องทางการจำหน่าย สร้างรายได้ให้แก่ครัวเรือนและชุมชน พร้อมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน และสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดสมุทรสาครอย่างมั่นคงและยั่งยืน</p>

<p>#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร #กรมประชาสัมพันธ์</p>
]]></description>
<enclosure url='https://samutsakhon.prd.go.th/th/file/get/file/20260902b6f3ec21913bd958870af0426d15d136175856.jpg' type='image/jpg' length='563415' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[จังหวัดสมุทรสาคร เปิดกิจกรรม “YEC With Public Sector” เสริมพลังความร่วมมือภาครัฐ–เอกชน พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจจังหวัดอย่างยั่งยืน]]></title>
<link>https://samutsakhon.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/537959</link>
<guid isPermaLink="false">24f5e393271a28631506da7519c0a16c</guid>
<pubDate>Wed, 02 Sep 2026 15:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (2 กันยายน 2569) เวลา 08.30 น. ณ ห้องประชุมพันท้ายนรสิงห์ (401) ศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม &ldquo;YEC With Public Sector&rdquo; ภายใต้หลักสูตรอบรม Young Executive for Chamber of Commerce Program 2026 (YECP 2026) โดยมี นายนคร หาญไกรวิไลย์ ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร นายปรีชา ศิริแสงอารำพี ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร นายชาธิป ตั้งกุลไพศาล ประธานอาวุโสหอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการหอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร สมาชิก YEC ผู้เข้าอบรม YECP 2026 สื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมกิจกรรม<br />
นางสาวปุญชญา คิดประเสริฐ ประธาน YEC หอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า หอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร โดย YEC ได้กำหนดจัดโครงการฝึกอบรม YECP 2026 ซึ่งจัดขึ้นเป็นรุ่นที่ 10 สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการ ทายาทนักธุรกิจ และสมาชิก YEC หอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร โดยมีผู้ผ่านเกณฑ์การเข้ารับการอบรมจำนวน 50 คน มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้และพัฒนาทักษะของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ตลอดจนสร้างเครือข่ายกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ในจังหวัดสมุทรสาครให้มีความเข้มแข็ง สามารถพึ่งพาและเกื้อกูลกันได้อย่างยั่งยืน<br />
สำหรับกิจกรรม YEC With Public Sector จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีในการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ได้พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น วิสัยทัศน์ องค์ความรู้ และประสบการณ์เชิงปฏิบัติกับหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์อันดีระหว่างทุกภาคส่วน เพื่อให้สามารถประสานการทำงานและร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดสมุทรสาครได้อย่างมีประสิทธิภาพ<br />
ทั้งนี้ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ถือเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจของจังหวัด โดยเฉพาะการนำองค์ความรู้และประสบการณ์จากการอบรมมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจ การสร้างเครือข่ายทางเศรษฐกิจ ตลอดจนการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของจังหวัด ภายใต้พันธกิจของหอการค้าไทยและหอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร</p>

<p>กิจกรรมครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นการสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการรุ่นใหม่กับหน่วยงานภาครัฐเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่สำคัญในการ &ldquo;เชื่อมคน เชื่อมความคิด เชื่อมความร่วมมือ&rdquo; เพื่อหลอมรวมศักยภาพของทุกภาคส่วนให้เป็นพลังเดียวกัน นำไปสู่การผลักดันนโยบาย การยกระดับเศรษฐกิจฐานราก การสร้างโอกาสทางธุรกิจ และการร่วมกันกำหนดทิศทางการพัฒนาจังหวัดสมุทรสาครให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน<br />
การจัดกิจกรรม YEC With Public Sector ภายใต้หลักสูตร YECP 2026 นับเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่ช่วยส่งเสริมบทบาทของคนรุ่นใหม่ในภาคธุรกิจ ให้มีความพร้อมทั้งด้านความรู้ ทักษะ และเครือข่าย ตลอดจนเปิดพื้นที่ให้เกิดการแลกเปลี่ยนและทำงานร่วมกับภาครัฐ อันจะนำไปสู่การสร้างระบบเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง และการพัฒนาจังหวัดสมุทรสาครอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://samutsakhon.prd.go.th/th/file/get/file/20260902d0f7fc41be7db818cd781490a8ea7dfc150048.jpg' type='image/jpg' length='761119' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ป.ป.ช.สมุทรสาคร แถลงผลงานปราบโกงปี 69 พร้อมชี้ช่องทางแจ้งการทุจริตผ่านโซเชียลมีเดีย]]></title>
<link>https://samutsakhon.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/537649</link>
<guid isPermaLink="false">f36f3bdedeb00e9dc8dca4bb5e4f604e</guid>
<pubDate>Tue, 01 Sep 2026 17:51:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ 1 กันยายน 2569 เวลา 10.30 น. ที่สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสมุทรสาคร ได้มีการจัดงานแถลงผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 โดยมี นายคมสันต์ จันทร์รอด ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสมุทรสงคราม รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธาน การแถลงฯ โดยมีนางสาวปาชิดารัตน์ วิจิตรหิรัณยการ ประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร, สมาคมผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรสาคร และสื่อมวลชนแขนงต่างๆ เพื่อเป็นการชี้แจงให้ทราบถึงการปฏิบัติหน้าที่และบทบาทองค์กรด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าการทำงานเป็นไปอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดหลักธรรมาภิบาล<br />
นายคมสันต์ จันทร์รอด ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสมุทรสงคราม รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า การแถลงข่าวครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการสื่อสารผลการดำเนินงานตลอดปีที่ผ่านมา ทั้งด้านการไต่สวนการทุจริต การตรวจสอบทรัพย์สิน และการป้องกันการทุจริตเชิงรุก ซึ่งล้วนเป็นภารกิจหลักที่องค์กรขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง โดย ป.ป.ช.สมุทรสาคร ได้มุ่งเน้นการทำงานเชิงพื้นที่ เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจแก่ประชาชน ตลอดจนเสริมสร้างเครือข่ายภาคประชาชนให้มีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังการทุจริตในทุกระดับ เนื่องจากปัญหาการทุจริตยังคงมีความซับซ้อนและแทรกซึมในหลายมิติ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการแก้ไขอย่างจริงจัง<br />
สำหรับ ภารกิจด้านการไต่สวนการทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในส่วนของการตรวจสอบเบื้องต้น มีเรื่องที่ดำเนินการทั้งหมด 55 เรื่อง ดำเนินการแล้วเสร็จ 20 เรื่อง และอยู่ระหว่างดำเนินการอีก 35 เรื่อง ขณะที่การไต่สวนเบื้องต้น มีทั้งหมด 14 เรื่อง ดำเนินการแล้วเสร็จ 10 เรื่อง และคงเหลือ 4 เรื่อง ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ช. ยังคงเร่งรัดดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏอย่างถูกต้องและเป็นธรรม<br />
นอกจากนี้ ภารกิจด้านการตรวจสอบทรัพย์สิน ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มีเรื่องที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติแล้ว จำนวน 324 เรื่อง และมีกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติว่า จงใจไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน หรือยื่นบัญชีด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร จำนวน 1 เรื่อง<br />
ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสมุทรสาคร ยังเดินหน้าภารกิจด้าน การป้องกันการทุจริต ผ่านโครงการสำคัญต่าง ๆ ได้แก่ โครงการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ หรือ ITA โครงการป้องปรามและลดคดีทุจริต โครงการเสริมพลัง STRONG จิตพอเพียงต้านทุจริต โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา และโครงการรณรงค์สร้างกระแสต่อต้านการทุจริต เพื่อสร้างความตระหนักและส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันการทุจริต<br />
นายคมสันต์ฯ ยังกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า นอกเหนือจากภารกิจด้านการตรวจสอบคดีทุจริตแล้ว ทาง ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสมุทรสาคร ยังเดินหน้าการทำงานเชิงรุก พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และสื่อมวลชน เพื่อร่วมกันป้องกัน ปราบปราม และเฝ้าระวังการทุจริตในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง มุ่งสร้างสังคมที่ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล มีความโปร่งใส และตรวจสอบได้ อีกทั้ง ยังได้เปิดช่องทางการติดตามข่าวสารของหน่วยงานผ่านสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ทั้งเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก ยูทูบ และ TikTok เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้สะดวก รวดเร็ว และทั่วถึงมากยิ่งขึ้น ดังนั้น จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมเป็นพลังสำคัญในการต่อต้านการทุจริต เพื่อขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความโปร่งใสอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด &ldquo;ซื่อสัตย์ เป็นธรรม มืออาชีพ โปร่งใส ตรวจสอบได้&rdquo;<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://samutsakhon.prd.go.th/th/file/get/file/20260901118b146273bd45f5f8e0aa1f5a238678175223.jpg' type='image/jpg' length='222241' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[https://www.facebook.com/share/p/1DHJVFY8Df/]]></title>
<link>https://samutsakhon.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/536362</link>
<guid isPermaLink="false">5da770c64ee71e29144fd398a8abd275</guid>
<pubDate>Fri, 28 Aug 2026 10:59:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 28 สิงหาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดทดลองให้บริการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 82 หรือมอเตอร์เวย์ทางยกระดับ M82 สายบางขุนเทียน&ndash;เอกชัย&ndash;บ้านแพ้ว เพิ่มเติมในช่วงเอกชัย&ndash;บ้านแพ้ว ณ ด่านบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร โดยเปิดให้ประชาชนทดลองใช้เส้นทาง ฟรีตลอดสายเป็นเวลา 2 ปี เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและเพิ่มทางเลือกในการเดินทางบนถนนพระรามที่ 2</p>

<p>สำหรับ การเปิดทดลองให้บริการ M82 ช่วงเอกชัย&ndash;บ้านแพ้ว ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของกระทรวงคมนาคมและกรมทางหลวงในการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยเฉพาะแนวถนนพระรามที่ 2 ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงกรุงเทพมหานครกับจังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม และพื้นที่ภาคใต้ รองรับทั้งการเดินทางของประชาชน การท่องเที่ยว และการขนส่งสินค้า</p>

<p>โครงการมอเตอร์เวย์ทางยกระดับ M82 มีจุดเริ่มต้นจากความจำเป็นในการเพิ่มขีดความสามารถของโครงข่ายถนนพระรามที่ 2 หรือทางหลวงหมายเลข 35 ซึ่งมีปริมาณการจราจรเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่พื้นที่โดยรอบมีชุมชนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจหนาแน่น การพัฒนาทางยกระดับจึงเป็นแนวทางสำคัญในการแยกการจราจรระยะไกลออกจากการจราจรในพื้นที่ ลดความขัดแย้งของกระแสจราจร และเพิ่มทางเลือกในการเดินทาง</p>

<p>สำหรับ M82 ช่วงบางขุนเทียน&ndash;เอกชัย ระยะทาง 8.3 กิโลเมตร กรมทางหลวงได้เปิดทดลองให้บริการฟรีมาตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม 2568 ส่วนช่วงเอกชัย&ndash;บ้านแพ้ว เป็นงานโยธาเฟสที่ 2 ระยะทาง 16.4 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 18,759 ล้านบาท เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี 2565 ปัจจุบันมีความคืบหน้าร้อยละ 98 และมีความพร้อมเปิดทดลองให้บริการเพิ่มเติม</p>

<p>การเปิดทดลองครั้งนี้ทำให้ประชาชนสามารถใช้เส้นทาง M82 ตั้งแต่จุดเชื่อมต่อถนนวงแหวนกาญจนาภิเษกด้านใต้บริเวณทางแยกต่างระดับบางขุนเทียน ผ่านเอกชัย ไปจนถึงบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร รวมระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร ฟรีตลอดสายเป็นเวลา 2 ปี</p>

<p>กรมทางหลวงได้เตรียมความพร้อมในด้านโครงสร้างทาง ระบบจราจร ป้ายและเครื่องหมายจราจร ระบบอำนวยความปลอดภัย รวมถึงเจ้าหน้าที่และหน่วยปฏิบัติการที่เกี่ยวข้อง โดยระหว่างการเปิดทดลองจะมีการติดตามและประเมินผลการใช้งานอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านความปลอดภัย การบริหารจัดการจราจร พฤติกรรมการใช้เส้นทาง และประสิทธิภาพของระบบต่าง ๆ เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงให้การให้บริการมีความสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น</p>

<p>ทั้งนี้ การเปิดทดลองใช้ M82 ตลอดสาย นอกจากจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางและบรรเทาปัญหาการจราจรบนถนนพระรามที่ 2 แล้ว ยังเป็นการนำโครงสร้างพื้นฐานที่ได้ลงทุนและก่อสร้างมาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม และเมื่อเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบ จะเป็นส่วนสำคัญของโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถด้านการคมนาคมและโลจิสติกส์ของประเทศในระยะยาว<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://samutsakhon.prd.go.th/th/file/get/file/20260828341e9493dc9517cf60023dca7c7ac8f3105958.jpg' type='image/jpg' length='847979' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[จังหวัดสมุทรสาครฝึกซ้อมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ กรณีเกิดอัคคีภัย รวมทั้งการช่วยเหลือผู้ประสบภัยและกลุ่มเปราะบาง ในรูปแบบการฝึกซ้อมบนโต๊ะ]]></title>
<link>https://samutsakhon.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/535787</link>
<guid isPermaLink="false">9ecd8a4c01654e9b1c691b8d1db65cae</guid>
<pubDate>Wed, 26 Aug 2026 15:59:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (26 สิงหาคม 2569) เวลา 09.00 น. ที่โรงแรมแกรนด์อินเตอร์โฮเทล ตำบลโคกขาม อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร นายดำรงศักดิ์ ยอดทองดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกซ้อมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดสมุทรสาคร กรณีเกิดอัคคีภัย รวมทั้งการช่วยเหลือผู้ประสบภัยและกลุ่มเปราะบาง ในรูปแบบการฝึกซ้อมบนโต๊ะ (Tabletop Exercise: TTX) โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการฝึกซ้อม เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือและบริหารจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างเป็นระบบ<br />
การฝึกซ้อมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อทดสอบระบบการบัญชาการเหตุการณ์ การอำนวยการ การประสานงาน และการสื่อสารระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรณีเกิดเหตุอัคคีภัย รวมถึงการวางแผนให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยและกลุ่มเปราะบาง อาทิ ผู้สูงอายุ ผู้พิการ เด็ก และผู้ที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ให้ได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและทั่วถึง<br />
สำหรับการฝึกซ้อมในรูปแบบ Tabletop Exercise (TTX) เป็นการจำลองสถานการณ์โดยให้ผู้เข้าร่วมร่วมกันวิเคราะห์เหตุการณ์ตามโจทย์ที่กำหนด พร้อมหารือแนวทางการปฏิบัติ การตัดสินใจ และการประสานงานในแต่ละขั้นตอน โดยไม่จำเป็นต้องเคลื่อนย้ายกำลังพลหรืออุปกรณ์จริง ซึ่งจะช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทบทวนบทบาทหน้าที่และขั้นตอนการปฏิบัติงานภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน<br />
ทั้งนี้ การฝึกซ้อมยังมุ่งเน้นการบริหารจัดการข้อมูลข่าวสารและการประชาสัมพันธ์ในภาวะวิกฤต เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ตลอดจนสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติตนและการขอรับความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุ<br />
นายดำรงศักดิ์ ยอดทองดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า การฝึกซ้อมในครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการทดสอบความพร้อมของศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถปฏิบัติงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากเกิดสถานการณ์อัคคีภัยจริง โดยเฉพาะการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยและกลุ่มเปราะบาง ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ<br />
จังหวัดสมุทรสาครให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมและการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อสร้างความมั่นใจว่าหน่วยงานทุกภาคส่วนจะสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว มีเอกภาพ และลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้ได้มากที่สุด<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://samutsakhon.prd.go.th/th/file/get/file/20260826077900e9acffa3545ce5809af661c522161155.jpg' type='image/jpg' length='668603' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[จังหวัดสมุทรสาคร ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ภัย และติดตามสถานการณ์อุทกภัย ผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์]]></title>
<link>https://samutsakhon.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/535357</link>
<guid isPermaLink="false">2c3e49980a6e10bf97f1fbd7d3dd5948</guid>
<pubDate>Tue, 25 Aug 2026 16:13:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (25 สิงหาคม 2569) เวลา 14.00 น. นายดำรงศักดิ์ ยอดทองดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร &nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ได้เข้าร่วมการประชุมเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์และติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ ผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อรับฟังแนวทาง คำสั่งการ และรายงานข้อมูลในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อที่ประชุม โดยมีนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในการประชุมฯ ณ ห้องประชุมเทศบาลเมืองน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน พร้อมถ่ายทอดสัญญาณผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (ระบบประชุมออนไลน์) ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ&nbsp;<br />
สำหรับวาระการประชุมในครั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้สรุปประเด็นสำคัญ ได้แก่ การคาดการณ์สภาพอากาศ: การรายงานและแนวโน้มสถานการณ์อุทกภัย โดย กรมอุตุนิยมวิทยา, การรายงานสถานการณ์ในพื้นที่ สรุปสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ประสบภัยสำคัญ อาทิ จังหวัดน่าน จังหวัดเชียงราย และจังหวัดแม่ฮ่องสอน, ข้อสั่งการและเน้นย้ำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบนโยบายและข้อสั่งการให้ทุกจังหวัดเตรียมความพร้อมทั้งด้านกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องมือ เครื่องจักรกลสาธารณภัย และแผนเผชิญเหตุ เพื่อเข้าช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างทันท่วงทีตลอด 24 ชั่วโมง</p>
]]></description>
<enclosure url='https://samutsakhon.prd.go.th/th/file/get/file/2026082586a8bd05271804a1e33511d74da006c3164214.jpg' type='image/jpg' length='672133' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร นำทีมลงพื้นที่ตรวจโรงงานแบบปูพรม บูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สั่งผู้ประกอบการเร่งปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสีย ลดผลกระทบต่อชุมชน]]></title>
<link>https://samutsakhon.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/535305</link>
<guid isPermaLink="false">ba0c6b69defe50e1f80a6f0b2fc6810c</guid>
<pubDate>Tue, 25 Aug 2026 14:36:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ 25 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย นายภานุวัฒน์ เขียวชม รองนายกเทศมนตรีตำบลนาดี, นายพุทธิกรณ์ วิชัยดิษฐ์ อุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร, นายสิทธิพงษ์ โกวพัฒนกิจ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสาคร, เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองสมุทรสาคร, น.ส.ชลลดา คำสัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลนาดี, ตลอดจนเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลนาดี และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานประกอบการในพื้นที่หมู่ 4 ตำบลนาดี อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร จำนวน 2 แห่ง ซึ่งประกอบการเกี่ยวกับห้องเย็นและอาหาร<br />
การลงพื้นที่ในครั้งนี้ เป็นการติดตามผลการดำเนินการภายหลังได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาน้ำเสียจากสถานประกอบการ โดยมีข้อร้องเรียนว่ามีการระบายน้ำลงสู่คลองสาธารณะ ส่งผลให้สภาพแวดล้อมและคุณภาพน้ำในคลองเกิดความเสื่อมโทรม มีปัญหาน้ำมีสีและมีกลิ่น สร้างความกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่ ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวมีการนำเสนอและร้องเรียนผ่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง ก่อนที่หน่วยงานภาครัฐจะบูรณาการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงมาแล้วในครั้งแรก<br />
จากการตรวจสอบครั้งที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่พบว่าคุณภาพน้ำบางรายการไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด จึงได้แจ้งให้สถานประกอบการทั้งสองแห่งดำเนินการแก้ไขปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสีย พร้อมทั้งกำชับให้ระงับการระบายน้ำที่ยังไม่ผ่านการบำบัดลงสู่คลองสาธารณะ และดำเนินการปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสียให้มีประสิทธิภาพและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง<br />
สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ติดตามความคืบหน้าการดำเนินการของสถานประกอบการทั้งสองแห่ง ภายหลังได้รับหนังสือแจ้งและคำสั่งให้ปรับปรุงแก้ไข โดยผู้ประกอบการได้ดำเนินการปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสียและระงับการปล่อยน้ำลงสู่คลองสาธารณะตามที่ได้รับแจ้งแล้ว<br />
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะเก็บตัวอย่างน้ำจากระบบบำบัดของสถานประกอบการเพื่อนำไปตรวจวิเคราะห์คุณภาพในห้องปฏิบัติการอีกครั้ง เพื่อประเมินว่าคุณภาพน้ำหลังการปรับปรุงเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานหรือไม่ หากผลการตรวจวิเคราะห์พบว่าคุณภาพน้ำผ่านเกณฑ์มาตรฐานและเป็นไปตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง จึงจะสามารถพิจารณาการระบายน้ำออกจากระบบได้ตามหลักเกณฑ์ต่อไป<br />
นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า การแก้ไขปัญหามลพิษและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจำเป็นต้องดำเนินการอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง และครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยเฉพาะสถานประกอบการที่อาจมีการปล่อยมลพิษหรือส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำและชุมชน จึงได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานร่วมกัน และเดินหน้าตรวจสอบสถานประกอบการในลักษณะ &ldquo;ปูพรม&rdquo; เพื่อให้การกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อมเป็นไปอย่างทั่วถึง<br />
นอกจากสถานประกอบการทั้ง 2 แห่งที่ลงพื้นที่ตรวจติดตามในวันนี้ จังหวัดสมุทรสาครจะประสานและบูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดชุดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการและโรงงานที่อาจสร้างมลพิษหรือส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่อย่างครอบคลุม<br />
การตรวจปูพรมดังกล่าวจะครอบคลุมทั้งการตรวจสอบระบบบำบัดน้ำเสีย การระบายน้ำทิ้ง การจัดการของเสีย รวมถึงการดูแลสภาพแวดล้อมภายในและบริเวณโดยรอบสถานประกอบการ เพื่อให้ทุกโรงงานดำเนินกิจการภายใต้กฎหมายและมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด หากพบการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน จะมีการแจ้งให้แก้ไขปรับปรุงและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม<br />
ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ยังได้เน้นย้ำให้ผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับระบบบำบัดน้ำเสียเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพน้ำก่อนระบายออกสู่ภายนอก หากระบบบำบัดไม่มีประสิทธิภาพหรือมีการปล่อยน้ำที่ไม่ได้มาตรฐานลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ ย่อมส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำ ระบบนิเวศ ประชาชน และชุมชนโดยรอบ<br />
นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้ผู้ประกอบการดูแลรักษาความสะอาดทั้งภายในและบริเวณโดยรอบสถานประกอบการ โดยเฉพาะพื้นที่ด้านหน้าโรงงาน ให้มีความเป็นระเบียบ สะอาด สวยงาม ไม่มีสิ่งของรกรุงรัง เศษวัสดุ หรือขยะตกค้าง เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของสถานประกอบการ และสะท้อนถึงความรับผิดชอบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม...//<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://samutsakhon.prd.go.th/th/file/get/file/20260825dd92b07e873ba8cbefb45bd712933ad1153038.jpg' type='image/jpg' length='876525' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“พิพัฒน์” ลงพื้นที่ติดตามความพร้อม M82 บางขุนเทียน–บ้านแพ้ว มั่นใจพร้อมเปิดให้บริการ 28 สิงหาคมนี้  วิ่งฟรี 2 ปี]]></title>
<link>https://samutsakhon.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/534796</link>
<guid isPermaLink="false">94ef7e3ff1f6518be158e90195b739e4</guid>
<pubDate>Mon, 24 Aug 2026 14:15:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (24 สิงหาคม 2569) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยอธิบดีกรมทางหลวง ผู้บริหารกระทรวงคมนาคม เจ้าหน้าที่ และผู้รับเหมา ลงพื้นที่ตรวจติดตามความพร้อม ทางยกระดับ M82 ช่วงบางขุนเทียน&ndash;บ้านแพ้ว ระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร ก่อนเปิดให้ประชาชนใช้บริการในวันที่ 28 สิงหาคม 2569 โดยมีนายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับและลงพื้นที่<br />
การลงพื้นที่ครั้งนี้ เพื่อตรวจสอบความพร้อมของโครงการในทุกด้าน โดยเฉพาะด้านวิศวกรรมและความปลอดภัย ก่อนเปิดให้ประชาชนใช้บริการ จากการตรวจสอบจุดสำคัญตลอดเส้นทาง พบว่าโครงการมีความพร้อมสำหรับการเปิดใช้งาน โดยมีการทดสอบความสามารถในการรับน้ำหนักของโครงสร้างสะพาน ซึ่งใช้รถบรรทุกน้ำหนักรวมประมาณ 900 ตัน ในการทดสอบ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าโครงสร้างมีความมั่นคง แข็งแรง และปลอดภัยสำหรับผู้ใช้ทาง<br />
สำหรับทางยกระดับ M82 ช่วงบางขุนเทียน&ndash;บ้านแพ้ว เมื่อเปิดให้บริการจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางบนถนนพระราม 2 และช่วยบรรเทาปัญหาการจราจร โดยคาดว่าจะมีประชาชนเลือกใช้ทางยกระดับเพิ่มขึ้นประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ผู้ที่เดินทางจากต้นทางและมุ่งหน้าไปยังบ้านแพ้วโดยไม่แวะระหว่างทาง คาดว่าจะสามารถลดระยะเวลาเดินทางได้ ไม่น้อยกว่า 40 นาที<br />
ในระยะแรก กรมทางหลวงจะเปิดให้ประชาชนใช้ทางยกระดับ M82 โดยไม่เก็บค่าผ่านทางประมาณ 2 ปี เพื่อเตรียมความพร้อมด้านระบบจัดเก็บค่าผ่านทาง รวมถึงการทดสอบระบบต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัยก่อนดำเนินการในระยะต่อไป<br />
ทั้งนี้ ได้กำหนดมาตรการควบคุมความเร็วเพื่อความปลอดภัย โดย รถยนต์ 4 ล้อใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนรถที่มีจำนวนล้อมากกว่า 4 ล้อใช้ความเร็ว ไม่เกิน 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จึงขอให้ประชาชนศึกษาข้อมูลและเส้นทางก่อนเดินทาง พร้อมปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความเร็วอย่างเคร่งครัด<br />
อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกยังมีงานก่อสร้างบริเวณทางขึ้น&ndash;ลงและงานระบบบางส่วนที่อยู่ระหว่างดำเนินการ โดยกรมทางหลวงจะบริหารจัดการช่องทางจราจรและปิดช่องทางบริเวณที่มีการก่อสร้าง เพื่อป้องกันผลกระทบและเพิ่มความปลอดภัยแก่ผู้ใช้ทาง พร้อมเร่งดำเนินงานส่วนที่เหลือให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2569<br />
นอกจากนี้ กรมทางหลวงเตรียมเร่งดำเนินการปรับปรุงและติดตั้ง ระบบแสงสว่าง ป้ายจราจร และป้ายสะท้อนแสง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยตั้งเป้าให้การดำเนินงานในส่วนดังกล่าวแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้<br />
การเปิดให้บริการทางยกระดับ M82 ช่วงบางขุนเทียน&ndash;บ้านแพ้ว ในวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมบนถนนพระราม 2 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทาง เชื่อมโยงกรุงเทพมหานครกับจังหวัดสมุทรสาครและพื้นที่ภาคใต้ เพิ่มทางเลือกให้ประชาชน ลดระยะเวลาเดินทาง และช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรบนถนนพระราม 2 ได้อย่างเป็นรูปธรรม<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://samutsakhon.prd.go.th/th/file/get/file/202608249ef1b39eaa8db6b74399e6f206d1da85141616.jpg' type='image/jpg' length='708316' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“สมศักดิ์” ลงพื้นที่สมุทรสาครขับเคลื่อน “ปูทะเล” สัตว์น้ำเศรษฐกิจมูลค่าสูง เร่งเพิ่มลูกพันธุ์–ขยายพื้นที่เลี้ยง สร้างรายได้เกษตรกรชายฝั่ง]]></title>
<link>https://samutsakhon.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/534243</link>
<guid isPermaLink="false">18e1626527b180f678e9835aaef2a012</guid>
<pubDate>Sat, 22 Aug 2026 11:36:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (22 สิงหาคม 2569) เวลา 08.00 น. ที่บริเวณศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งสมุทรสาคร ตำบลโคกขาม อำเภอเมืองฯ &nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานกรรมการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานและขับเคลื่อนนโยบายสำคัญด้านการส่งเสริมการเพาะเลี้ยงปูทะเลของกรมประมง โดยมีนายดำรงศักดิ์ ยอดทองดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง หัวหน้าส่วนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และเกษตรกรในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับ<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อติดตามและต่อยอดนโยบายส่งเสริม &ldquo;ปูทะเล&rdquo; ให้เป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจมูลค่าสูง เนื่องจากในตลาดมีความต้องการสูง ราคาดี และมีการขยายการผลิตได้อีกมาก โดยเฉพาะการนำพื้นที่บ่อกุ้งที่หยุดหรือพักการเลี้ยงกลับมาใช้ประโยชน์ เพื่อสร้างทางเลือกในการประกอบอาชีพและเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรชายฝั่ง โดยใช้ตลาดเป็นตัวนำการผลิต ควบคู่กับการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาเพิ่มประสิทธิภาพ โดยให้ความสำคัญกับ &ldquo;ลูกพันธุ์&rdquo; ซึ่งเป็นต้นน้ำสำคัญของการขยายฐานการผลิตปูทะเล พร้อมเร่งเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตลูกพันธุ์ที่มีคุณภาพ มีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการ &nbsp;เพื่อเพิ่มอัตรารอด ลดต้นทุน และเชื่อมโยงตั้งแต่ลูกพันธุ์ พื้นที่เลี้ยง การผลิต ไปจนถึงตลาดอย่างเป็นระบบ<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;สำหรับจังหวัดสมุทรสาคร มีผลผลิตปูทะเลอยู่ในอันดับที่ 4 ของประเทศ จำนวน 273.32 ตัน หรือร้อยละ 6.9 ของผลผลิตทั้งประเทศ คิดเป็นมูลค่ากว่า 66.68 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของจังหวัดสมุทรสาครในการพัฒนาการเพาะเลี้ยงปูทะเลเพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่เกษตรกรชายฝั่ง ปูทะเลถือเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่มีความต้องการของตลาดสูง โดยปูเนื้อมีราคาประมาณ 230&ndash;680 บาทต่อกิโลกรัม ปูไข่ 470&ndash;600 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่การเลี้ยงใช้ระยะเวลาประมาณ 4&ndash;5 เดือน ต้นทุนการผลิตเฉลี่ยประมาณ 200 บาทต่อกิโลกรัม ให้ผลผลิตประมาณ 200 กิโลกรัมต่อไร่ต่อรุ่น และสร้างรายได้เฉลี่ยประมาณ 60,000 บาทต่อไร่ต่อรุ่น<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายสมศักดิ์และคณะ ได้เยี่ยมชมกระบวนการเพาะเลี้ยงปูทะเลของศูนย์วิจัยฯ ตั้งแต่การขุนเลี้ยงแม่พันธุ์ปูทะเล การเพาะและอนุบาลลูกปูทะเล ตลอดจนการเลี้ยงปูเนื้อในบ่อดิน พร้อมรับฟังข้อมูลและแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาการเพาะเลี้ยงปูทะเลให้สามารถตอบสนองความต้องการของตลาด สร้างมูลค่าเพิ่ม &nbsp;ผลักดัน &ldquo;ปูทะเล&rdquo; ให้เป็นอีกหนึ่งสัตว์น้ำเศรษฐกิจสำคัญ สร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกร และชุมชนชายฝั่งอย่างยั่งยืน ต่อไป.....//<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://samutsakhon.prd.go.th/th/file/get/file/2026082299bff12f841d1519f37c18fc680a15f8113702.jpg' type='image/jpg' length='595092' />
</item>
</channel>
</rss>
