กรรมาธิการการคมนาคมลงพื้นที่สมุทรสาคร ติดตามแก้ปัญหารถบรรทุกน้ำหนักเกิน ห่วงกระทบถนนท้องถิ่น เร่งประสานทุกหน่วยงานแก้ไข

วันนี้ (18 สิงหาคม 2569) เวลา 13.30 น. นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ประธานคณะกรรมาธิการการคมนาคม พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหารถบรรทุกน้ำหนักเกิน บริเวณสถานีตรวจสอบน้ำหนักสมุทรสาคร จำนวน 2 แห่ง ในพื้นที่ตำบลนาโคก อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร โดยมี นายดำรงศักดิ์ ยอดทองดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม สส.สมุทรสาคร เขต 1 นายอดิเทพ ตีระมาศวณิช วิศวกรใหญ่กรมทางหลวงชนบท พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมลงพื้นที่และให้ข้อมูล
คณะกรรมาธิการฯ ได้ตรวจติดตามสถานีตรวจสอบน้ำหนักบนทางหลวงชนบทสาย สค.2055 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างปิดปรับปรุงเพื่อซ่อมแซม โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ ก่อนเดินทางไปยังด่านชั่งน้ำหนักบนถนนพระราม 2 ทางหลวงหมายเลข 35 ขาเข้า ซึ่งเปิดใช้งานตามปกติ รองรับรถบรรทุกตั้งแต่ 4 ล้อ ถึง 22 ล้อ รวมถึงรถกึ่งพ่วงและรถพ่วง โดยมีรถเข้าชั่งเฉลี่ยวันละประมาณ 3,000–4,000 คัน หากพบรถบรรทุกมีน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกฎหมาย หรือให้เจ้าหน้าที่ติดตามรถกลับเข้ามาชั่งน้ำหนักใหม่ ทั้งนี้ ผู้กระทำผิดมีโทษทั้งจำคุกและปรับตามกฎหมาย
จากนั้น เวลา 15.00 น. คณะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ได้ประชุมติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหารถบรรทุกน้ำหนักเกิน พร้อมศึกษาแผนโครงข่ายคมนาคมในจังหวัดสมุทรสาครและพื้นที่คาบเกี่ยว โดยหารือถึงปัญหาการใช้เส้นทางของรถบรรทุกในพื้นที่ ซึ่งมีข้อกังวลว่ารถบรรทุกน้ำหนักเกินอาจส่งผลกระทบต่อสภาพถนนและความปลอดภัยของประชาชน โดยเฉพาะถนนท้องถิ่นบางเส้นทางที่ยังมีข้อจำกัดด้านสภาพผิวจราจรและงบประมาณในการพัฒนา
ที่ประชุมรับทราบแนวทางการพัฒนาถนนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งจะพิจารณาตามสภาพการจราจรและงบประมาณ โดยอาจเริ่มจากการใช้หินคลุกหรือลูกรัง ก่อนพัฒนาเป็นถนนลาดยาง และเมื่อมีปริมาณการจราจรเพิ่มขึ้นจึงพิจารณาปรับปรุงเป็นถนนคอนกรีต เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานและรองรับการเดินทางของประชาชน
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เน้นย้ำการบังคับใช้กฎหมายกับรถบรรทุกที่มีน้ำหนักเกิน พร้อมขอข้อมูลสถิติการตรวจสอบและชั่งน้ำหนักรถบรรทุกในแต่ละเดือน เพื่อประเมินจำนวนรถที่เข้าสู่กระบวนการตรวจวัด รวมถึงรถที่อาจหลีกเลี่ยงจุดชั่งน้ำหนัก โดยข้อมูลในปีงบประมาณที่ผ่านมา พบว่ามีการดำเนินคดีกับรถบรรทุกน้ำหนักเกินจำนวน 15 คัน ซึ่งผู้กระทำผิดจะเข้าสู่กระบวนการสอบสวนและพิจารณาของศาลตามกฎหมาย
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ ได้เน้นย้ำความสำคัญของการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน ทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตำรวจ การรถไฟ และหน่วยงานด้านทางหลวง เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางควบคุมเส้นทางการเดินรถบรรทุก ลดผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานและถนนในพื้นที่ ตลอดจนเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ประชาชน โดยจะนำข้อมูลสถิติและข้อเท็จจริงในพื้นที่มาประกอบการพิจารณา เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาและวางแผนพัฒนาโครงข่ายคมนาคมให้สอดคล้องกับปริมาณการจราจร ต่อไป
 


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image

ไฟล์เอกสารประกอบ
กรรมาธิการการคมนาคมลงพื้นที่สมุทรสาคร ติดตามแก้ปัญหารถบรรทุกน้ำหนักเกิน ห่วงกระทบถนนท้องถิ่น เร่งประสานทุกหน่วยงานแก้ไข.docx |

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar