วันนี้ 25 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย นายภานุวัฒน์ เขียวชม รองนายกเทศมนตรีตำบลนาดี, นายพุทธิกรณ์ วิชัยดิษฐ์ อุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร, นายสิทธิพงษ์ โกวพัฒนกิจ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสาคร, เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองสมุทรสาคร, น.ส.ชลลดา คำสัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลนาดี, ตลอดจนเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลนาดี และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานประกอบการในพื้นที่หมู่ 4 ตำบลนาดี อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร จำนวน 2 แห่ง ซึ่งประกอบการเกี่ยวกับห้องเย็นและอาหาร
การลงพื้นที่ในครั้งนี้ เป็นการติดตามผลการดำเนินการภายหลังได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาน้ำเสียจากสถานประกอบการ โดยมีข้อร้องเรียนว่ามีการระบายน้ำลงสู่คลองสาธารณะ ส่งผลให้สภาพแวดล้อมและคุณภาพน้ำในคลองเกิดความเสื่อมโทรม มีปัญหาน้ำมีสีและมีกลิ่น สร้างความกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่ ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวมีการนำเสนอและร้องเรียนผ่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง ก่อนที่หน่วยงานภาครัฐจะบูรณาการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงมาแล้วในครั้งแรก
จากการตรวจสอบครั้งที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่พบว่าคุณภาพน้ำบางรายการไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด จึงได้แจ้งให้สถานประกอบการทั้งสองแห่งดำเนินการแก้ไขปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสีย พร้อมทั้งกำชับให้ระงับการระบายน้ำที่ยังไม่ผ่านการบำบัดลงสู่คลองสาธารณะ และดำเนินการปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสียให้มีประสิทธิภาพและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ติดตามความคืบหน้าการดำเนินการของสถานประกอบการทั้งสองแห่ง ภายหลังได้รับหนังสือแจ้งและคำสั่งให้ปรับปรุงแก้ไข โดยผู้ประกอบการได้ดำเนินการปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสียและระงับการปล่อยน้ำลงสู่คลองสาธารณะตามที่ได้รับแจ้งแล้ว
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะเก็บตัวอย่างน้ำจากระบบบำบัดของสถานประกอบการเพื่อนำไปตรวจวิเคราะห์คุณภาพในห้องปฏิบัติการอีกครั้ง เพื่อประเมินว่าคุณภาพน้ำหลังการปรับปรุงเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานหรือไม่ หากผลการตรวจวิเคราะห์พบว่าคุณภาพน้ำผ่านเกณฑ์มาตรฐานและเป็นไปตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง จึงจะสามารถพิจารณาการระบายน้ำออกจากระบบได้ตามหลักเกณฑ์ต่อไป
นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า การแก้ไขปัญหามลพิษและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจำเป็นต้องดำเนินการอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง และครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยเฉพาะสถานประกอบการที่อาจมีการปล่อยมลพิษหรือส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำและชุมชน จึงได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานร่วมกัน และเดินหน้าตรวจสอบสถานประกอบการในลักษณะ “ปูพรม” เพื่อให้การกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อมเป็นไปอย่างทั่วถึง
นอกจากสถานประกอบการทั้ง 2 แห่งที่ลงพื้นที่ตรวจติดตามในวันนี้ จังหวัดสมุทรสาครจะประสานและบูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดชุดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการและโรงงานที่อาจสร้างมลพิษหรือส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่อย่างครอบคลุม
การตรวจปูพรมดังกล่าวจะครอบคลุมทั้งการตรวจสอบระบบบำบัดน้ำเสีย การระบายน้ำทิ้ง การจัดการของเสีย รวมถึงการดูแลสภาพแวดล้อมภายในและบริเวณโดยรอบสถานประกอบการ เพื่อให้ทุกโรงงานดำเนินกิจการภายใต้กฎหมายและมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด หากพบการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน จะมีการแจ้งให้แก้ไขปรับปรุงและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม
ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ยังได้เน้นย้ำให้ผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับระบบบำบัดน้ำเสียเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพน้ำก่อนระบายออกสู่ภายนอก หากระบบบำบัดไม่มีประสิทธิภาพหรือมีการปล่อยน้ำที่ไม่ได้มาตรฐานลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ ย่อมส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำ ระบบนิเวศ ประชาชน และชุมชนโดยรอบ
นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้ผู้ประกอบการดูแลรักษาความสะอาดทั้งภายในและบริเวณโดยรอบสถานประกอบการ โดยเฉพาะพื้นที่ด้านหน้าโรงงาน ให้มีความเป็นระเบียบ สะอาด สวยงาม ไม่มีสิ่งของรกรุงรัง เศษวัสดุ หรือขยะตกค้าง เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของสถานประกอบการ และสะท้อนถึงความรับผิดชอบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม...//