วันนี้ (27 กันยายน 2569) เวลา 09.00 น. นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย นายบรรพต จันทรวงษ์ ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร นางสาวภารดี เผือกโสภา นายอำเภอบ้านแพ้ว เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตำบลหลักสาม ตำบลบ้านแพ้ว และตำบลเกษตรพัฒนา อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด ตรวจสอบระดับน้ำและผลกระทบต่อบ้านเรือนประชาชน พื้นที่ทำกิน ตลอดจนรับฟังปัญหาและความเดือดร้อนจากประชาชนในพื้นที่โดยตรง พร้อมเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร และคณะฯ ได้มอบถุงยังชีพจากเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาคร จำนวน 100 ชุด ให้แก่ประชาชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ ได้แก่ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ และผู้พิการ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยเหลือด้านการดำรงชีวิตในเบื้องต้น ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วม ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง
สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่อำเภอบ้านแพ้ว พบว่าหลายชุมชนได้รับผลกระทบจากน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่ทำกิน ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน โดยชาวบ้านในพื้นที่สะท้อนว่า สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ถือว่ารุนแรงที่สุดในรอบประมาณ 35 ปี นับตั้งแต่เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2534 โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แม้จะมีปริมาณน้ำเพิ่มสูงในบางช่วง แต่ส่วนใหญ่อยู่ในระดับปริ่มริมตลิ่งหรือบนพื้นผิวถนน ไม่เคยมีน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมภายในบ้านเรือนอย่างหนักเช่นในปีนี้ ส่งผลให้ประชาชนหลายครัวเรือนได้รับความเสียหายทั้งด้านทรัพย์สิน พื้นที่ทำกิน และการดำรงชีวิตประจำวัน
นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการนำสิ่งของไปช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบางเท่านั้น แต่ยังเป็นการลงพื้นที่เพื่อสำรวจความเสียหาย รับทราบปัญหา และรับฟังความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนโดยตรง เพื่อให้จังหวัดมีข้อมูลสถานการณ์ที่เป็นปัจจุบันและสามารถกำหนดแนวทางช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสมกับสภาพพื้นที่
ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากนี้จังหวัดจะเร่งดำเนินการในส่วนของพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยอย่างหนัก เพื่อประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติตามหลักเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะทำให้สามารถนำงบประมาณและกลไกของภาครัฐเข้ามาใช้ในการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูประชาชนได้อย่างรวดเร็วและตรงตามความจำเป็น
ขณะเดียวกัน จังหวัดสมุทรสาครยังคงติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะปัจจัยด้านฝนที่ยังอาจตกลงมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสถานการณ์น้ำจากพื้นที่ตอนบนที่อาจไหลลงมายังพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งอาจส่งผลให้ปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นและขยายพื้นที่ได้รับผลกระทบ หากระบบระบายน้ำในพื้นที่ไม่สามารถระบายน้ำออกได้ทันกับปริมาณน้ำที่ไหลเข้ามา
ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ประสานการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วน และเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับกลุ่มเปราะบางและครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก พร้อมทั้งประเมินพื้นที่เสี่ยงและเตรียมมาตรการรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น
การลงพื้นที่ครั้งนี้จึงเป็นทั้งการช่วยเหลือประชาชนในระยะเร่งด่วน และการเก็บรวบรวมข้อมูลสถานการณ์จริงในพื้นที่ เพื่อนำไปใช้ประกอบการวางแผนบริหารจัดการน้ำ การป้องกันและลดผลกระทบจากอุทกภัยในระยะยาว รวมถึงการประเมินความเสี่ยงของพื้นที่ที่อาจเกิดน้ำท่วมซ้ำในอนาคต เพื่อยกระดับการเตรียมพร้อมและการรับมือภัยพิบัติของจังหวัดสมุทรสาครให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร