วันนี้ 16 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00 น. นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร มอบหมายให้นายบรรพต จันทรวงษ์ ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบโกดังแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ 1 ตำบลนาดี อำเภอเมืองสมุทรสาคร หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับการจัดเก็บวัตถุต้องสงสัยว่าเป็นกากอุตสาหกรรม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม โดยมีผู้แทนจากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสาคร กรมควบคุมมลพิษ เทศบาลตำบลนาดี และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ร่วมตรวจสอบ
จากการตรวจสอบพบว่า ภายในโกดังมีถุงบิ๊กแบ็กบรรจุวัตถุสีเทาปนดำวางเรียงซ้อนกันเป็นจำนวนมากจนแทบเต็มพื้นที่ ส่วนบริเวณด้านหน้าโกดังพบวัตถุลักษณะคล้ายฝุ่นสีเทากองอยู่โดยไม่มีสิ่งปกคลุม นอกจากนี้ หลังคาโกดังยังมีช่องรั่วขนาดใหญ่หลายจุด ซึ่งอาจทำให้น้ำฝนสัมผัสกับวัตถุที่จัดเก็บไว้ได้ ขณะเดียวกัน ผู้ที่เข้าไปตรวจสอบภายในโกดังสามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นฉุนและอาการแสบจมูก
สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาครประเมินเบื้องต้นจากจำนวนถุงบิ๊กแบ็กว่า วัตถุที่จัดเก็บภายในโกดังน่าจะเป็นอะลูมิเนียมดรอส (Aluminium Dross) หรือกากที่เกิดจากกระบวนการหลอมอะลูมิเนียมและโลหะ โดยคาดว่ามีปริมาณประมาณ 200 ตัน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงการประมาณการจากการตรวจนับถุง ยังไม่มีการชั่งน้ำหนักเพื่อยืนยันปริมาณที่แน่นอน
สำหรับความคืบหน้าทางกฎหมาย สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาครชี้แจงว่า กรณีดังกล่าวมีการร้องเรียนและดำเนินการทางกฎหมายมาตั้งแต่ปี 2568 โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างวัตถุไปตรวจวิเคราะห์ และพบว่าตัวอย่างเข้าข่ายเป็นวัตถุอันตรายประเภทของเสียเคมีวัตถุ ชนิดที่ 3 ตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย
จากการตรวจสอบพบว่า มีบริษัทแห่งหนึ่งซึ่งประกอบกิจการหลอมหล่อโลหะเช่าโกดังดังกล่าว เพื่อจัดเก็บวัตถุที่มีลักษณะคล้ายกากจากเตาหลอมโลหะที่นำออกมาจากโรงงาน สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาครจึงได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีกับบริษัทและผู้เกี่ยวข้องกับการให้เช่าโกดัง ในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการนำสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วออกนอกบริเวณโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงการครอบครองวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 โดยไม่ได้รับอนุญาต ปัจจุบันคดียังอยู่ระหว่างกระบวนการสอบสวน
ด้านนายบรรพต จันทรวงษ์ ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า โดยเฉพาะวัตถุที่กองอยู่บริเวณด้านนอกโกดัง ซึ่งมอบหมายให้เทศบาลตำบลนาดีประสานเจ้าของพื้นที่และผู้เกี่ยวข้องดำเนินการนำวัตถุดังกล่าวเข้าไปจัดเก็บภายในโกดังให้เรียบร้อยภายใน 7 วัน พร้อมประสานผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาครให้เร่งรัดความคืบหน้าของคดี เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างต่อเนื่องและสร้างความชัดเจนแก่ประชาชน หลังปัญหาดังกล่าวสร้างความกังวลให้กับคนในพื้นที่มาเป็นเวลานาน
ขณะที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสาครระบุว่า เพิ่งได้รับแจ้งเรื่องดังกล่าวเมื่อวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยมีข้อกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากหากวัตถุสัมผัสกับน้ำฝนหรือน้ำชะล้าง อาจทำให้สารปนเปื้อนแพร่กระจายออกสู่สิ่งแวดล้อมได้
ส่วนการตรวจวัดเบื้องต้น เจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษได้นำเครื่องมือตรวจวัดอากาศบริเวณในโกดังและรัศมีโดยรอบ 100-500 เมตร พบว่าบริเวณภายในโกดัง ค่าก๊าซแอมโมเนียมีค่าอยู่ระหว่าง 0-5 PPM ส่วนอีก 7 จุดโดยรอบ ไม่พบก๊าซแอมโมเนีย ในช่วงเวลาที่ตรวจวัด พร้อมตรวจสอบน้ำที่ท่วมขังบริเวณด้านหน้าโกดัง พบว่าค่าความเป็นกรด-ด่างอยู่ในเกณฑ์ปกติ อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจวัดดังกล่าวสะท้อนเฉพาะสภาพ ณ เวลาที่ตรวจสอบเท่านั้น ยังไม่สามารถใช้ยืนยันได้ว่าวัตถุทั้งหมดไม่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพหรือสิ่งแวดล้อม
ด้านผู้นำชุมชนซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่มาเป็นเวลานานให้ข้อมูลว่า วัตถุดังกล่าวถูกนำมาเก็บไว้ในโกดังแห่งนี้ประมาณ 10 ปีแล้ว โดยในช่วงแรกมีการขนย้ายเข้ามาเป็นจำนวนมากจนเต็มพื้นที่ ก่อนจะไม่มีการขนย้ายเข้ามาเพิ่มเติมเป็นเวลาหลายปี ที่ผ่านมาชาวบ้านเคยร้องเรียนเรื่องดังกล่าวหลายครั้ง แต่ยังไม่เห็นความคืบหน้าอย่างชัดเจน
ผู้นำชุมชนระบุเพิ่มเติมว่า ในช่วงแรกที่มีการนำวัตถุเข้ามาจัดเก็บ เคยมีกลิ่นฉุนคล้ายแอมโมเนียอย่างชัดเจน ส่วนปัจจุบันกลิ่นลดลง หรืออาจปะปนกับกลิ่นจากโรงงานอื่นในบริเวณใกล้เคียง จึงไม่สามารถระบุแหล่งที่มาของกลิ่นได้อย่างแน่ชัด พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เพื่อให้ได้ข้อยุติและสร้างความมั่นใจด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมให้แก่ประชาชนในพื้นที่
#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร